ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคเหนือ และ ภาคอีสาน 1.บริษัท สุขสมบูรณ์น้ำมันปาล์ม จำกัด มีจุดรับซื้อดังนี้ 1.1. อ.บ่อทอง จ.ชลบุรี โทร.038-211688 1.2. อ.วังจันทร์ จ.ระยอง 1.3. อ.นายายอาม จ.จันทบุรี โทร.089-9366903 1.4. อ.แก่งหางแมว จ.จันทบุรี 1.5. อ.คลองหาด จ.สระแก้ว โทร.081-8637406 1.6. อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี โทร.081-8540389 1.7. อ.หนองแค จ.สระบุรี โทร.089-9226456 1.8. อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี โทร.087-1529547 2. กลุ่มบริษัท ไทยอีสเทิร์น จำกัด มีจุดรับซื้อดังนี้ 2.1. อ.เขาสมิง จ.ตราด โทร.081-8650839 2.2. อ.บ่อไร่ จ.ตราด โทร.086-1134327 2.3. อ.มะขาม จ.จันทบุรี โทร.081-7232136 2.4. อ.แก่งหางแมว จ.จันทบุรี โทร.081-8026158 2.5. อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว โทร.081-8026158 2.6. อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ โทร.081-8782975 2.7. อ.บึงสามัคคี จ.กำแพงเพชร โทร.081-8444420 2.8. อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี โทร.083-5083873 2.9. อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี 3. โรงงานอำนาจเจริญปาล์มน้ำมัน โทร.045-465372,089-8329554มีจุดรับซื้อดังนี้ 3.1. อ.เซกา จ.บึงกาฬ 3.2. อ.นาหว้า จ.นครพนม 3.3. อ.รัตนวาปี จ.หนองคาย 3.4. อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี 3.5. อ.เอราวัณ จ.เลย
จุดรับซื้อผลผลิตปาล์มน้ำมันในเขตพื้นที่ภาคใต้ 1. จังหวัดพัทลุง มีจุดรับซื้อดังนี้ 1.1 อ.ตะโหมด เอ็น พี แม่ขรี 1.2 อ.ป่าบอน เจิมเพชรรุ่งเรืองกิจ 1.3 อ.ป่าบอน โรงเลื่อยห้วยทราย 1.4 อ.เขาชัยสน ปวีร์ลานปาล์ม 1.5 อ.เขาชัยสน ลานเทปวีลานปาล์ม 1.6 อ.เขาชัยสน ลานเทเลิศชาย 1.7 อ.เขาชัยสน จันทรโชติลานปาล์ม 1.8 อ.เมือง หจก.ปาล์มเทคนิค (สาขา 3) 1.9 อ.ควนขนุน บุตรบุญนิชลานเท 1.10 อ.ควนขนุน สหกรณ์ปาล์มน้ำมันพัทลุง 1.11 อ.ควนขนุน หจก.ปาล์มเทคนิค (สาขา 2) 1.12 อ.ควรขนุน ลานเทบุตรบุญนิช 1.13 อ.ควนขนุน บุตรบุญนิชลานเท 1.14 อ.ควนขนุน สหกรณ์ปาล์มน้ำมันพัทลุง 1.15 อ.ป่าพยอม ลานเทอรอนงค์ 2. จังหวัดตรัง มีจุดรับซื้อดังนี้ 2.1 อ.เมืองตรัง บริษัท ตรังสหปาล์มออยล์ จำกัด 2.2 อ.เมืองตรัง ลานเทนพรัตน์ 2 2.3 อ.ห้วยยอด สหกรณ์การเกษตรห้วยยอดจำกัด 2.4 อ.ห้วยยอด นายวิชัย แซ่ตัน 2.5 อ.ห้วยยอด ลานเทบางกุ้ง 2.6 อ.หาดสำราญ ลานเทปาล์มหาดสำราญ 2.7 อ.ย่านตาขาว ลานเทปาล์มทุ่งค่าย 2.8 อ.ปะเหลียน บริษัท ลานเทแหลมทอง จำกัด 2.9 อ.ปะเหลียน บริษัท ลานเททุ่งยาว จำกัด 2.10 อ.ปะเหลียน กลุ่มออมทรัพย์ชุมชนลิพัง 2.11 อ.ปะเหลียน สหกรณ์การเกษตรปะเหลียน จำกัด 2.12 อ.ปะเหลียน ลานเทท่าพญา 2.13 อ.ปะเหลียน นายรุ่งศักดิ์ ประกอบกิจ 2.14 อ.ปะเหลียน ลานปาล์มบ้านนาทุ่ง 2.15 อ.ปะเหลียน ลานเทสุโสะ 2.16 อ.วังวิเศษ บริษัท วังวิเศษปาล์ม จำกัด 2.17 อ.วังวิเศษ บริษัท ช.ณรงค์ปาล์ม จำกัด 2.18 อ.วังวิเศษ สหกรณ์กองทุนยางบ้านไชยภักดี จำกัด 2.19 อ.วังวิเศษ สหกรณ์การเกษตรวังวิเศษ จำกัด 2.20 อ.วังวิเศษ อ่าวตงปาล์ม 2.21 อ.วังวิเศษ โชคทรัพย์พาณิชย์ 2.22 อ.วังวิเศษ สำราญปาล์ม 2.23 อ.วังวิเศษ ลานเทปาล์มครูสวัสดิ์ 2.24 อ.กันตัง ลานเทบางสักปาล์ม 2.25 อ.สิเกา บริษัท ลานเทบางสัก จำกัด 2.26 อ.สิเกา สหกรณ์การเกษตรสิเกา จำกัด 2.27 อ.สิเกา สหกรณ์ปาล์มน้ำมันตรัง จำกัด 2.28 อ.สิเกา ลานเทนพรัตน์ 1 2.29 อ.สิเกา ลานเทเขาไม้แก้ว 2.30 อ.สิเกา ประเสริฐปาล์ม 2.31 อ.สิเกา อภิยมลานเกษตร 3. จังหวัดสงขลา มีจุดรับซื้อดังนี้ 3.1 อ.สะเดา ลานเทปาล์มโกนัย (คุณวินัย มณีรัตนสุวรรณ) 3.2 อ.เทพา คุณสมคิด กิจคอน 3.3 อ.เทพา คุณเปรม แก้วรุ่งเรือง 3.4 อ.หาดใหญ่ คุณพรชนก มีศรี 3.5 อ.ระโนด โชคเอกชัย 3.6 อ.กระแสสินธุ์ สหกรณ์การเกษตรกระแสสินธ์ 3.7 อ.รัตภูมิ KR แก้วรัตน์ ลานเท 3.8 อ.รัตภูมิ ลานเทเด่นชัย 4. จังหวัดสตูล มีจุดรับซื้อดังนี้ 4.1 อ.ควนกาหลง สหกรณ์การเกษตรควนกาหลง จำกัด 4.2 อ.ควนกาหลง สหกรณ์การเกษตรควนกาหลง จำกัด 4.3 อ.ควนกาหลง ควนกาหลงปาล์ม 4.4 อ.ควนกาหลง กลุ่มออมทรัพย์ควนกาหลง 4.5 อ.ควนกาหลง เขาไครการค้า 4.6 อ.ควนกาหลง ศุภรัตน์ลานเท 4.7 อ.ควนกาหลง ลานเทนายดลมาน ขาวเขาไคร 4.8 อ.ควนกาหลง ลานเทนายวิเชียน บัวงาม 4.9 อ.มะนัง ลานเทนายอนัน มณีรัตนสุบรรณ 4.10 อ.มะนัง ลานเทนายวินัย มณีรัตนสุบรรณ 4.11 อ.มะนัง ลานเทนายประวิทย์ เพชรรัตน์ 4.12 อ.มะนัง ลานเทนายรอเฉด มหาชัย 4.13 อ.มะนัง ลานเทนายดลเลาะห์ สามารถ 4.14 อ.มะนัง ลานเทนางฟาตีม๊ะ มหาชัย 4.15 อ.มะนัง ลานเทนางเจ๊ะฟารีดา เจ๊ะแม 4.16 อ.มะนัง ลานเทนายพิเชษฐ์ อุทัยรังสี 4.17 อ.มะนัง ทวีศักดิ์ลานเท 5. จังหวัดนครศรีธรรมราช มีจุดรับซื้อดังนี้ 5.1 อ.เมือง ส.อุปการดี (หลังวัดหนองนก) 5.2 อ.เมือง รุ่งโรจน์ลานปาล์ม 5.3 อ.ปากพะนัง ลานเทต้นปาล์ม (บ้านทวดลุง) 5.4 อ.ร่อนพิบูลย์ ลานเทนางเพชรรัตน์ ทองทิพย์ปาล์ม 5.5 อ.ร่อนพิบูลย์ ลานปาล์มน้องกุ้ง 5.6 อ.ร่อนพิบูลย์ นางสมจิต จันทร์จีน (เดชาการปาล์ม) 5.7 อ.ร่อนพิบูลย์ นายอดิศักดิ์ สงคง(ป่าแชงปาล์ม) 5.8 อ.ทุ่งสง สหกรณ์นิคมทุ่งสง จำกัด (หลัง อบต.เขาขาว) 5.9 อ.ทุ่งใหญ่ นายประทีป รักษ์ศรีทอง(ศรีทองพืช) 5.10 อ.ทุ่งใหญ่ ลานปาล์มบ้านราชเวช(สหกรณ์) 5.11 อ.ทุ่งใหญ่ นายชูสิน ชุมบัวจันทร์(สินเจริญปาล์ม) 5.12 อ.ทุ่งใหญ่ นายโกสินทร์ แก้วคง(ทุ่งกรวดปาล์ม) 5.13 อ.บางขัน ลานเทนายสุวัตร กุลวิทย์ 5.14 อ.บางขัน นายสมหมาย สุดถนอม (ครูน้อยปาล์ม) 5.15 อ.บางขัน ชูศรีปาล์มทอง 5.16 อ.บางขัน ปาล์มน้ำมันธรรมชาติ บจ.(สาขาเคียมงาม) 5.17 อ.เฉลิมพระเกียรติ ลานเทเจ๊กานต์ 5.18 อ.เฉลิมพระเกียรติ นายสุภาพ สิทธิอำนวย (สองพี่น้องลานปาล์ม) 5.19 อ.เฉลิมพระเกียรติ น้องภู 5.20 อ.เฉลิมพระเกียรติ นายเจริญ ขุนบุญจันทร์ (ทรัพย์เจริญปาล์ม) 5.21 อ.เชียรใหญ่ สหกรณ์การเกษตรเชียรใหญ่ จำกัด 5.22 อ.เชียรใหญ่ นายศุภชัย เจียะรัตน์ (อีการเกษตร) 5.23 อ.ชะอวด หจก.ปาล์มเทคนิค 5.24 อ.สิชล รวมก่อกิจลานปาล์ม 5.25 อ.สิชล นายโสภณ คุระเอียด (โสภณพืชไร่) 5.26 อ.สิชล นายระยอง สงดำ (ทุ่งหัวนาปาล์ม) 5.27 อ.สิชล สามพี่น้องปาล์มทอง 5.28 อ.สิชล นายพิมล ดวงมุสิก (ร้านพงศมล) 5.29 อ.สิชล กลุ่มผู้ผลิตปาล์มน้ำมันอำเภอสิชล 5.30 อ.สิชล นายโสภณ คุระเอียด (โสภณพืชไร่) 5.31 อ.สิชล นายวีระทูร สมเขาใหญ่ (พงศมลปาล์ม) 5.32 อ.สิชล นายพิมล ดวงมุสิก (พงศมลลานปาล์ม) 5.33 อ.สิชล ลานสระกูดปาล์มทอง (เข้าทางข้างวัดขรัวช่วย) 5.34 อ.สิชล สี่พี่น้องปาล์ม 5.35 อ.สิชล ลานปาล์มดอนม่วง 5.36 อ.ขนอม นายสงบ ขันแข็ง (ส.การเกษตรขนอม) 5.37 อ.ขนอม นางประทินพรรณ งามโฉม (ขนอมปาล์ม) 5.38 อ.ขนอม นายสงบ ขันแข็ง (ส.การเกษตรขนอม) 5.39 อ.ขนอม สามพี่น้องปาล์มทอง 5.40 อ.หัวไทร นายฉะอ้อน ภัทราวดี
การใช้ปุ๋ยในปาล์มน้ำมันควรใช้ปุ๋ยเคมีควบคู่กับปุ๋ยอินทรีย์ การใช้ปุ๋ยอินทรีย์เพียงอย่างเดียวจะไม่เพียงพอสำหรับปาล์มน้ำมัน เนื่องจากในปุ๋ยอินทรีย์มีปริมาณธาตุอาหารในปริมาณที่น้อย แต่ปุ๋ยอินทรีย์จะทำให้โครงสร้างของดินดีขึ้น ส่วนปุ๋ยเคมีมีปริมาณธาตุอาหารมากแต่จะทำให้โครงสร้างดินเสีย ซึ่งจะมีปัญหากับดินในอนาคต สำหรับปุ๋ยเคมีที่ใช้กับปาล์มน้ำมันควรใช้ปุ๋ยเดี่ยวหรือแม่ปุ๋ย เนื่องจากการใช้ปุ๋ยเดี่ยวสามารถปรับปริมาณการใส่ของแต่ละธาตุอาหารได้ตามความต้องการของปาล์มน้ำมัน ซึ่งพื้นที่ปลูกในแต่ละพื้นที่จะมีปริมาณธาตุอาหารในดินไม่เท่ากัน เกษตรกรที่มีสวนปาล์มน้ำมันจำนวนมาก แนะนำให้ใช้ปุ๋ยเดี่ยว นำมาผสมและแบ่งใส่ด้วยตนเอง เพราะต้นทุนปุ๋ยจะถูกกว่า ส่วนเกษตรกรรายย่อยที่มีพื้นที่ปลูกไม่มากนัก แนะนำให้ใช้ปุ๋ยเดี่ยวสลับหรือร่วมกับปุ๋ยสูตร ปริมาณการใช้ขึ้นอยู่กับอายุของปาล์มน้ำมัน และความอุดมสมบูรณ์ของดิน การใส่ปุ๋ย ควรคำนึงถึงปัจจัยต่าง ๆ เช่น ปริมาณธาตุอาหารที่มีอยู่ในดินเดิม ความต้องการปุ๋ยของปาล์มน้ำมันในระยะต่าง ๆ สภาพแวดล้อม ลมฟ้าอากาศ ชนิดของปุ๋ยและอัตราการใช้ ซึ่งทางโครงการความร่วมมือสหกิจศึกษาทางวิชาการเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ – ชุมพร ร่วมกับ บริษัท อาร์ดี เกษตรพัฒนา จำกัด ขอแนะนำตารางการใส่ปุ๋ยปาล์มน้ำมันดังนี้
ตารางแม่ปุ๋ย
ตารางปุ๋ยสูตร
ดังนั้นการใช้ปุ๋ยในสวนปาล์มน้ำมันจำเป็นต้องดำเนินการอย่างระมัดระวัง เพราะหากมีการใช้ปุ๋ยในปริมาณที่น้อยกว่าความต้องการของปาล์มน้ำมันก็จะทำให้ผลผลิตลดลง ในทางตรงกันข้ามหากมีการใช้ปุ๋ยในปริมาณที่มากเกินไปก็จะทำให้สิ้นเปลือง เพราะเป็นการเพิ่มต้นทุนในการผลิต นอกจากปริมาณของปุ๋ยที่เหมาะสมแล้ว ความเหมาะสมของสัดส่วนปุ๋ยแต่ละชนิดก็มีความสำคัญเช่นเดียวกัน การใช้ปุ๋ยเพียงชนิดใดชนิดหนึ่งมากเกินไปหรือน้อยเกินไปจะทำให้สัดส่วนความต้องการปุ๋ยมีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งจะมีผลทำให้ผลผลิตลดลงได้เช่นเดียวกัน และการจัดการปุ๋ยที่ถูกต้องเหมาะสมจึงเป็นการเพิ่มผลผลิต เพื่อนำไปสู่เป้าหมายของการเกษตรกรคือกำไรสูงสุดอย่างแน่นอน
รู้ทันศัตรูปาล์มน้ำมัน กำจัดและป้องกันอย่างถูกวิธี เพิ่มผลผลิตสวนปาล์มอย่างยั่งยืน
ศัตรูพืชเป็นหนึ่งในปัญหาหลักของเกษตรกรสวนปาล์มน้ำมัน เพราะแมลงและสัตว์บางชนิดสามารถสร้างความเสียหายต่อผลผลิตได้อย่างมหาศาล บทความนี้รวบรวมข้อมูลจาก นักวิชาการอาร์ดี เกษตรพัฒนา เพื่อให้เกษตรกรเข้าใจลักษณะศัตรูปาล์ม วิธีสังเกตอาการ และแนวทางป้องกันและกำจัดที่ถูกต้อง เห็นผลจริง
ด้วงกุหลาบ
ลักษณะสังเกต:
เป็นแมลงปีกแข็งขนาดเล็ก สีน้ำตาล ตัวเต็มวัย
ลักษณะการทำลาย: ด้วงกุหลาบจะกัดเจาะใบอ่อน ทำให้ใบขาดแหว่งเหลือแต่ก้าน มักพบการทำลายในช่วงอายุแรกปลูก - 1 ปี
พบมากในช่วงฤดูแล้ง (ก.พ.–เม.ย.) ต้นที่ถูกทำลายมากจะชะงักการเจริญเติบโตและให้ผลผลิตช้า
วิธีป้องกันและกำจัด:
ฉีดพ่นด้วยสารเคมี เช่น คาร์บาริล (เซฟวิน 85%)บริเวณใบและโคนต้น ช่วงเย็น-ค่ำ ทุก 7-10 วัน ปริมาณการผสมตามข้างบรรจุภัณฑ์
หรือหยอดด้วยสารเคมี เช่น ไซเพอร์เมทริน (3G)
หรือคาร์เทปไฮโดรคลอไรด์+ฟีโนบูคาร์ (6G) บริเวณยอดและกาบใบ
cr.photo: invasive.org
ด้วงแรด
มี 2 ชนิด
ลักษณะการทำลาย :
ตัวเต็มวัยกัดเจาะยอดอ่อนและโคนทางใบ ทำให้ใบหัก เป็นรู และอาจทำให้ยอดเน่าได้ หากระบาดรุนแรงทำให้ใบที่เกิดใหม่แคระแกรน ต้นอาจตาย และรอยแผลที่ถูกกัด ยังเปิดทางให้ด้วงงวงมะพร้าวเข้ามาวางไข่ได้อีก
cr.photo: wikipedia
ด้วงงวงมะพร้าว (ด้วงสาคู, ด้วงลาน, แมงหวัง)
ช่วงตัวหนอน : มีสีขาวขุ่นปนเหลืองน้ำตาล ดักแด้เป็นปลอกทำด้วยเศษชิ้นส่วนจากพืชที่กินเป็นอาหาร
ช่วงโตเต็มวัย : ด้วงขนาดกลาง ปีกมีสีน้ำตาลออกดำ อกมีสีน้ำตาลและมีจุดสีดำ มีขนาดลำตัวยาวประมาณ 25-28 มม.
ตัวเต็มวัยจะกัดกินเนื้อเยื่อด้านในของลำต้นทำให้เกิดแผลเน่า ลึกจนเป็นโพรง อาจทำให้ต้นตายได้ มักวางไข่บริเวณบาดแผลตามลำต้นหรือบริเวณที่ด้วงมะพร้าวหรือด้วงแรดทำลายไว้
cr.photo: ห้องสมุดเพื่อเกษตรกรไทย
หนอนหัวดำมะพร้าว
ช่วงตัวหนอน : ตัวหนอนมีสีน้ำตาลอ่อนและมีลายสีน้ำตาลเข้มพาดยาวตามลำตัว เมื่อโตเต็มที่จะมีลำตัวยาว 2–2.5 ซม.
ช่วงโตเต็มวัย : ผีเสื้อกลางคืน ขนาดลำตัววัดจากหัวถึงปลายท้องยาว 1-1.2 ซม. ปีกสีเทาอ่อน มีจุดสีเทาเข้มที่ปลายปีก ลำตัวแบน
กัดแทะผิวใบแก่ ทำให้ใบแห้งและมีสีน้ำตาล ผลผลิตลดลง หากการทำลายรุนแรงอาจทำให้ต้นปาล์มตายได้
cr.photo: nbair.res.in
เพลี้ยหอย
แมลงพวกปากดูดขนาดเล็ก ตัวอ่อนเมื่อเริ่มออกจากไข่จะมีขาและเคลื่อนที่ได้ แต่หลังจากลอกคราบแล้วขาจะหายไป พร้อมสร้างเกราะหุ้มตัว มีลักษณะเฉพาะตัวคือมีเปลือกแข็งคล้ายหอยคลุมตัว กราะจะมีขนาดประมาณ 3-5 มม. มีสีน้ำตาลแก่ ส่วนตัวผู้จะไม่มีปากดูด ซึ่งมีขนาดเล็กกว่าตัวเมียมาก มีปีก และบินได้ สามารถพบได้ทั่วโลก โดยเฉพาะในเขตร้อนและกึ่งเขตร้อน
ลักษณะการทำลาย : ดูดน้ำเลี้ยงจากผลและภายในต้นปาล์ม จะทำให้ใบสีเขียวซีดลง และกลายเป็นสีเหลือง และในที่สุดก็กลายเป็นใบสีน้ำตาล ใบแห้ง แล้วก็ตาย
Cr. Photo: thoughtco.com
Cr. Photo: invasive.org
เพลี้ยแป้ง
ลักษณะที่เห็นได้ชัดก็คือ มีส่วนที่ถูกเพลี้ยแป้งเกาะจับกินจะมีสีขาวคล้ายแป้ง เป็นแมลงพวกปากดูดเช่นเดียวกับเพลี้ยหอย
ดูดน้ำเลี้ยงจากผล
Cr. Photo: agrinfobank.com
Cr. Photo: entnemdept.ufl.edu
หนอนปลอก
ตัวหนอนมีสีน้ำตาล หัวหนอนมีสีดำ มีปลอกห่อหุ้มตัว เมื่อโตเต็มวัยเป็นผีเสื้อกลางคืน
กัดแทะทำลายใบ หากระบาดรุนแรง ทางใบจะถูกทำลายจนเหลือแต่ก้านใบ ทำให้ต้นปาล์มชะงักการเจริญเติบโต
หนอนหน้าแมว
กัดทำลายใบ หากระบาดรุนแรงทางใบจะถูกทำลายจนหมดเหลือแต่ก้านใบ ทำให้ต้นปาล์มชะงักการเจริญเติบโต
Cr. Photo: pestnet.org
แมลงดำหนามมะพร้าว
หนอนจะมีหัวสีดำ ลำตัวสีเหลือง สีของส่วนหัวจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเข้มเมื่ออายุมากขึ้น ตัวหนอนมีสีน้ำตาลอ่อนและมีลายสีน้ำตาลเข้มพาดยาวตามลำตัว เมื่อโตเต็มที่จะมีลำตัวยาว 2–2.5 ซม.
กัดแทะยอดอ่อน
Cr.สำนักงานเกษตรและสหกรณ์ จังหวัดกำแพงเพชร
มวนพิฆาตหรือตัวห้ำ
มวนพิฆาตเป็นแมลงศัตรูธรรมชาติพวกแมลงห้ำ มีประสิทธิภาพสูงในการทำลายศัตรูพืชได้หลายชนิด
โดยเฉพาะหนอนผีเสื้อต่างๆ ตลอดชีวิตของมวนพิฆาต สามารถทำลายหนอนศัตรูพืชได้ประมาณ 214-258 ตัว
เฉลี่ย 6 ตัว/วัน มวนพิฆาตมีปากคล้ายเข็ม เมื่อพบเหยือจะจู่โจมเหยื่อแทงเข้าไปในตัวหนอน
แล้วปล่อยสารพิษ ทำให้ศัตรูเป็นอัมพาต จากนั้นจึงจะดูดกินของเหลว จนศัตรูแห้งตาย
มวนพิฆาตไม่สร้างความเสียหายให้กับต้นปาล์มน้ำมัน แต่ยังส่งผลดีในการช่วยกำจัดหนอนหน้าแมว
วิธีป้องกันและกำจัด: -
Cr:ฝ่ายส่งเสริมเกษตร บริษัท ไบโอ-อะกริ จำกัด
หนู
ประเภทของหนูที่ทำลายศัตรูปาล์มน้ำมัน
หนูจะทำความเสียหายปาล์มน้ำมัน 2 ระยะ คือ
ระยะที่ 1 (อายุ เริ่มปลูก-4 ปี) หากสภาพสวนที่มีพืชคลุมดิน หรือวัชพืชขึ้นรกรุงรัง เหมาะสำหรับการเป็นที่หลบอาศัยของหนูชนิดต่างๆ โดยหนูจะเข้ามากัดทำลายโคนต้นอ่อน ยอดต้นอ่อนและทางใบปาล์มส่วนที่อยุ่ติดกับพื้นดิน หากการทำลายรุนแรง โดยเฉพาะที่โคนต้นอ่อนจะทำให้ต้นปาล์มแห้งตายในที่สุด
ระยะที่ 2 (อายุ 5-25 ปี) หนูจะเป็นปัญหาโดยจะกินทั้งผลปาล์มดิบและสุกเป็นอาหารหลัก นอกจากนี้ช่อดอกเกสรตัวผู้ของปาล์มยังเป็นแหล่งอาศัยของตัวอ่อนของด้วงผสมเกสรในสวนปาล์มน้ำมัน ซึ่งเป็นอาหารของหนูอีกชนิดหนึ่งด้วย ด้วยเหตุนี้เราอาจใช้ร่องรอยการทำลายของหนูบนช่อดอกเกสรตัวผู้ที่บานและแห้งแล้ว เป็นตัวชี้ว่าสวนปาล์มนั้นมีจำนวนประชากรหนูอยู่มากหรือน้อยโดยคร่าวๆได้
เมื่อใดควรปราบหนู :
สามารถนำข้อมูลมาประเมินได้ 4 วิธี ดังนี้
1.หุ้มตาข่ายในระยะเริ่มปลูก ควรใช้ตาข่ายหุ้มรอบโคนเพื่อป้องกันหนูกัดทำลาย ด้วยตาข่ายขนาด (กว้าง 30 ซม. x ยาว 70 ซม.)
โดยหุ้มตาข่ายตั้งแต่บริเวณครึ่งถุงชำขึ้นไปจนเหนือดินถึงบริเวณโคนต้น และบีบปลายตาข่ายให้แน่นหุ้มชิดโคนต้น
2.การล้อมตี วิธีนี้ต้องใช้จำนวนคนค่อนข้างมาก โดยการยกทางใบที่กองอยู่ระหว่างต้นปาล์มออก เนื่องจากใต้กองทางใบปาล์มเป็นแหล่งที่อยู่และขยายพันธุ์ของหนู หรือจะใช้รถไถที่สามารถตีทางใบปาล์มแห้งให้ละเอียด แล้วให้คนคอยดักตีหนูที่วิ่งออกมา หรือใช้ไม้ไผ่ยาวๆ แทงตามซอกทางใบและซอกทะลายปาล์มบนต้น เพื่อไล่หนูที่หลบซ่อนอยู่ให้ตกลงพื้นดินแล้วใช้คนไล่ตี วิธีการนี้ช่วยลดปริมาณหนูลงในช่วงระยะหนึ่ง ซึ่งถ้าจะให้ผลดีก็ต้องกระทำบ่อยๆ ข้อเสียของวิธีการนี้ คือ สิ้นเปลืองแรงงานและเวลามาก และไม่สามารถควบคุมจำนวนประชากรหนูได้ในระยะยาว
3. การดัก การดักโดยใช้เครื่องมือต่าง ๆ เช่น กรงดัก กับดัก ส่วนมากจะใช้ได้ผลดีในเนื้อที่จำกัด และไม่กว้างขวางนักหรือเป็นวิธีเสริมหลังจากการใช้สารเคมีกำจัดหนูแล้ว สิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงถึง คือ เหยื่อดัก ควรคำนึงว่าสัตว์ชนิดที่ต้องการดักมีความคุ้นเคยหรือต้องการอาหารชนิดนั้นมากน้อยเพียงใดและราคาเหยื่อต้องไม่แพงจนเกินไป
ตำแหน่งที่วางกรงหรือกับดักหนู คือตามร่องรอยทางเดินหากินของมันบนพื้นดิน ข้างกองทางใบ หรือโคนต้นจะสะดวกและปลอดภัยกว่าการวางบนต้นที่ทะลาย เพราะบ่อยครั้งที่พบงูเห่าขึ้นไปนอนคอยกินหนูบนยอดปาล์ม
3. การเขตกรรม เช่น การหมั่นถางหญ้าบริเวณรอบโคนต้นปาล์มโดยห่างโคนต้นประมาณ 1-1.5 เมตร อย่าให้มีหญ้าขึ้นรก หรือทำลายทางใบปาล์มที่กองไว้ หนูก็จะไม่มีที่หลบซ่อน ทำให้ง่ายต่อการกำจัดโดยวิธีอื่นๆ
4. การอนุรักษ์ศัตรูธรรมชาติ เช่น งูชนิดต่างๆ พังพอน เหยี่ยว นกเค้าแมว นกแสก นกฮูก สัตว์เหล่านี้ช่วยกำจัดหนูโดยกินเป็นอาหาร จำเป็นต้องสงวนปริมาณไว้ให้สมดุลกับธรรมชาติ เพื่อคอยควบคุมประชากรหนูไว้ไม่ให้มีมากเกินไป
พื้นที่สวนปาล์มใดถ้ามีศัตรูธรรมชาติ เช่น นกแสก นกฮูก เหยี่ยว หรือนกเค้าแมวมาก ไม่ควรใช้สารเคมีกำจัดหนูชนิดออกฤทธิ์เร็ว เพราะจะเป็นอันตรายต่อนกเหล่านี้ที่กินหนูตัวที่ได้กินเหยื่อพิษชนิดนี้มาก โดยปกติเกษตรกรที่จะกำจัดหนูโดยใช้ศัตรูธรรมชาติและสารกำจัดหนูเข้าช่วย สารกำจัดหนูที่ใช้ควรเป็นชนิดที่ออกฤทธิ์ช้าจะปลอดภัยต่อนกศัตรูธรรมชาติของหนูมากกว่า
การใช้สารเคมีเป็นวิธีการที่ลดจำนวนประชากรของหนูอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด และสามารถลดปริมาณได้ในระยะเวลาสั้น นอกจากนี้ยังทำได้ในบริเวณกว้าง ช่วยประหยัดเวลาและแรงงานอีกด้วย
สารกำจัดหนูที่แนะนำคคือ สารเคมีกำจัดหนูประเภทออกฤทธิ์ช้า หลังจากหนูกินเหยื่อพิษไปแล้ว 2-10 วัน และมักจะตายในรูหรือรังหนู จึงมักไม่พบซากหนูตาย สารกำจัดหนูนี้ จะเป็นชนิดชนิดก้อนขี้ผึ้งก้อนละประมาณ 5 กรัม ได้แก่ โฟลคูมาเฟน (สะตอม 0.005%) และโบรไดฟาคูม (คลีแร็ต 0.005%)
ขั้นตอนการวางเหยื่อ :
1. นำเหยื่อพิษวางในจุดต่างๆ ได้แก่ โฟลคูมาเฟน (สะตอม 0.005%) และโบรไดฟาคูม (คลีแร็ต 0.005%) ชนิดใดชนิดหนึ่ง วางที่โคนต้นปาล์มต้นละ 1 ก้อน ในขณะที่วางเหยื่อพิษ ควรจะวางให้ชิดกับโคนต้นและตรงข้ามกับทางน้ำไหลของน้ำฝน เนื่องจากภาคใต้มีปริมาณฝนมาก อาจจะพัดพาเหยื่อพิษไปได้
3. ทุก 7-10 วัน ตรวจนับจำนวนเหยื่อพิษที่ถูกหนูกินไป และเติมเหยื่อทดแทนก้อนที่ถูกกินไป ทำซ้ำเช่นนี้ จนกว่าเปอร์เซ็นต์การเติมเหยื่อจะลดลงต่ำลง จากการทดลองพบว่า เมื่อวางเหยื่อพิษแล้ว 4 ครั้ง แต่ละครั้งห่างกันประมาณ 10 วัน เปอร์เซ็นต์การเติมเหยื่อพิษจะลดลงต่ำกว่า 20% จึงหยุดวางเหยื่อพิษ
4. ภายหลังการวางเหยื่อครั้งสุดท้ายผ่านไปแล้ว 6 เดือน ควรตรวจนับเปอร์เซ็นต์ร่องรอยการทำลายใหม่อีก หากพบว่าเกิน 5% ก็ควรเริ่มการกำจัดหนูวิธีการเช่นเดิมอีก
ข้อมูลจาก http://www.thaikasetsart.com
เทคนิคการป้องกันต้นกล้าปาล์มจากบรรดาศัตรูของต้นกล้ากันนะคะ ซึ่งก็คือ การหุ้มตาข่าย ป้องกันหนู ??
วิธีการป้องกันกำจัดหนู ในสวนปาล์ม
1. ใช้กรงดักหนู ในบริเวณที่เห็นร่องรอยการอาศัยอยู่ของหนู วิธีนี้เกษตรกรต้องซื้อกรงดักหนูเป็นจำนวนมาก
เพื่อดักหนูและลดประชากรของหนู วิธีนี้ไม่สามารถป้องกันการกัดกินของหนูได้
เพราะหนูขายพันธุ์ได้เร็ว ใน 1 ปีหนู 1 คู่สามารถขายพันธุ์ได้มากกว่า 1,000 ตัว
2. ตระแกรงป้องกันหนู วิธีนี้เป็นวิธีที่ดีที่สุด แต่มีลูกค้าหลายรายยังใช้ไม่ถูกต้องจึงไม่สามารถกันได้ 100%
เนื่องจากวิธีการใช้เอาไปใช้พันรอบต้นปาล์มแล้ว ไม่ปิดปากและฝังตระแกรงลงไปในดินด้วยบางส่วน
จึงทำให้หนูมุดเข้าไปกัดกินได้ต้องไม่ลืมบีบปากตระแกรง และฝังตระแกรงลงไปในดินส่วนหนึ่งด้วย
การใช้ตระแกรงต้องทำไปพร้อมกับการปลูกครั้งแรกเพื่อการป้องกันที่มีประสิทธิภาพดีที่สุด